
♢ ได้ยินมาว่าช่วงนี้ยุ่งเดินทางไปมาระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่นนะคะ ชีวิตประจำวันของคุณเป็นอย่างไรบ้างคะ?
ในช่วงฤดูร้อนนี้ ดิฉันเดินทางไปมาระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลี ยุ่งมากเลยค่ะ จริงๆ แล้ว ถ้าจะพูดตรงๆ ก็รู้สึกว่า 'คงจะไม่ต้องไปอีกแล้ว' เพราะไปบ่อยมากจริงๆ ค่ะ (หัวเราะ) พอไปญี่ปุ่น ดิฉันจะไปที่ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา หรือดองกิโฮเตะแล้วซื้อของมากมาย แต่พอไปบ่อยๆ ก็ไม่ค่อยได้ไปซื้อของเลยค่ะ แล้วตอนนี้คือไม่ได้ไปซื้ออะไรเลยแล้วค่ะ ดิฉันไปญี่ปุ่นแล้วไม่แวะร้านสะดวกซื้อเหรอ? นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลยนะคะ (หัวเราะ) คือไปญี่ปุ่นบ่อยขนาดนั้นเลยค่ะ และก็ยังคงเป็นที่ที่ชอบมากจริงๆ 55
♢ แล้วถ้าคุณจียองไปที่ร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่น ชอบซื้ออะไรคะ?
จะมียาคูลท์ที่ดื่มแล้วนอนหลับสบายค่ะ ลองดื่มแล้วรู้สึกว่าหลับได้ดี และรู้สึกว่ามันช่วยได้จริงๆ ค่ะ เพราะงั้นเวลาไปญี่ปุ่น ดิฉันจะต้องซื้อยาคูลท์ตัวนี้ทุกครั้งเลยค่ะ
♢ ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กลับมาในฐานะ Kara เต็มวงและขึ้นแสดงที่ญี่ปุ่น
อธิบายไม่ถูก แต่มันเหมือนอยู่ในฝันเลยค่ะ รู้สึกเหมือนว่า “เราทำได้แล้ว!" การทัวร์ที่ญี่ปุ่นครั้งนี้จึงมีความรู้สึกที่แตกต่างจากเดิมค่ะ
♢ มันเป็นช่วงเวลาที่เรายังรู้สึกทึ่งอยู่เลยทีเดียว เพราะเป็นครั้งแรกที่กลับไปที่ญี่ปุ่นในฐานะเป็นสมาชิก Kara หลังจากที่ทำกิจกรรมเดี่ยวมาหลายปี
การทัวร์ที่ญี่ปุ่นครั้งนี้จึงมีความรู้สึกที่แตกต่างจากเดิมค่ะ
แต่ก็รู้สึกขอโทษด้วย เพราะ แฟนๆ หลายคนรอคอยกันมาเป็นเวลานานโดยที่ไม่มีการรับประกันว่าพวกเราจะได้กลับมารวมตัวกันอีกได้ไหม เมื่อได้เห็นแฟนๆ ก็รู้สึกได้ว่า ”ทำไมเพิ่งมาถึงตอนนี้, รอคอยมานาน ขอบคุณที่กลับมานะ“ การได้เห็นแฟนๆ ทำให้รู้สึกประทับใจและในอีกแง่หนึ่งก็รู้สึกขอบคุณมากที่มีคนคอยเชียร์เราอย่างนี้
มันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่และประทับใจจริงๆ ค่ะ
♢ การแสดงในครั้งนี้เป็นผลสำเร็จจากการกลับมารวมตัวกันของ Kara หลังจากที่หายไป 8 ปี เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีการเดบิวต์ในปี 2022 จริงๆ แล้ว การรวมตัวกันของสมาชิกในขณะที่แต่ละคนต่างมีกิจกรรมของตัวเองอยู่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะอยากรู้ว่ามีสมาชิกคนไหนที่ไหมที่พยายามมากเป็นพิเศษ?
ทุกคนต่างทุ่มเทและพยายามอย่างเต็มที่ แต่คราวนี้ฉันคิดว่าอาจจะเป็น "ยองจี" ที่พยายามมากที่สุดค่ะ
เธอยังคงอยู่กับ DPS ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ Kara เดิม และทำหน้าที่ดูแลทุกอย่างให้ผ่านไปได้อย่างราบรื่นค่ะ
♢ Kara เจน 4 ก็เริ่มต้นแล้ว เมื่อเทียบกับตอนที่เดบิวต์ใหม่ๆ มีสิ่งที่ต่างกันและยังคงเหมือนเดิมอยู่บ้างไหมคะ?
ตอนนี้ผ่านไป 16 ปีแล้วที่ฉันเดบิวต์กับ Kara และในระหว่างที่ทำงานนี้ ฉันได้ผ่านช่วงวัยรุ่น, ยี่สิบ, และสามสิบมา
ถึงแม้จะรู้สึกว่า "ตัวเองเริ่มแก่ลง" แต่ก็รู้สึกชอบตัวเองที่ได้ใช้ชีวิตในวงการบันเทิง
♢ การทำงานกับสิ่งเดิมๆ มา 16 ปีถือเป็นเวลาที่ยาวนานและไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ใช่ค่ะ มันเป็นเรื่องที่ยาก แต่ฉันก็ทำได้ จึงรู้สึกว่าตัวเองทำได้ดีมาก บางครั้งก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองเหมือนกันค่ะ
เสื้อฮู้ดสเวตเตอร์ Hotel Cerritos, กางเกงเป็นของสะสมของสไตลิสต์
♢ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ จียองก็อายุสามสิบแล้ว ถึงวัย 30 แล้ว รู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?
จริงๆ แล้ว 20 กับ 30 มันก็แค่ตัวเลขนะคะ ไม่ได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่ก็รู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนิดหน่อย
รอบตัวฉันก็มีเพื่อนๆ ที่แต่งงานแล้วมีครอบครัวและมีลูกแล้ว ฉันก็เริ่มโดนถามว่า "เมื่อไหร่จะแต่งงาน?" (หัวเราะ) ตอนนี้ฉันก็ตอบไปว่าอีกไกล แต่พอได้ยินคำถามแบบนี้ ก็เริ่มคิดบ้างว่า วันหนึ่งจะได้แต่งงานไหม? ต้องแต่งงานถึงจะมีลูกใช่ไหม? มันก็สนุกดีที่ว่าเวลาผ่านไปขนาดนี้
♢ เริ่มต้นการแสดงอย่างจริงจังมา 10 ปีแล้ว จากการเป็นสมาชิกของ Kara มาเป็นนักแสดง "คังจียอง" ค่อยๆ ก้าวไปทีละขั้น ตอนแรกที่คิดจะเริ่มการแสดงคือเมื่อไหร่คะ?
การตัดสินใจที่จะเป็นนักแสดง เริ่มจากตอนที่ได้แสดงในละครญี่ปุ่น URAKARA ที่ถ่ายร่วมกับสมาชิก KARA ค่ะ ในเรื่องนั้นฉันแสดงบทเป็น "คังจียอง" และมันสนุกมากเลยค่ะ การที่ได้แสดงเป็นตัวละครหนึ่ง และใส่ความรู้สึกลงไปในบทสนทนานั้น เป็นกระบวนการที่ทั้งใหม่และสนุกสำหรับฉัน
ตอนนั้นคุณผู้กำกับก็ชมฉันมากค่ะ ตั้งแต่ตอนนั้นมาฉันรู้สึกว่าการแสดงมันสนุกและอยากทำต่อไปค่ะ
เสื้อถักและกางเกงเป็นของสะสมของสไตลิสต์
♢ หนึ่งในผลงานของจียองที่ต้องพูดถึงคงเป็นละครเรื่อง <Orphan Black> นะคะ
ได้รับบทเป็น 7 ตัวละครในบทเดียว และสามารถสร้างความแตกต่างในตัวละครแต่ละคนทั้งในเรื่องของสำเนียงและบุคลิกภาพ ซึ่งแม้แต่คนที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นอย่างฉันก็ยังรู้สึกได้ถึงความแตกต่างเลยนะคะ
ตอนนั้นฉันแทบจะตายเลยค่ะ มันทั้งยากและตารางงานก็แน่นมาก บางวันต้องเล่น 3 บทในวันเดียว และบางวันก็เล่นถึง 4 บท
เหนื่อทั้งทางร่างกายและจิตใจเลยค่ะ ครั้งหนึ่งฉันต้องแสดงเป็นตัวละครที่ใช้สำเนียงท้องถิ่น และอยู่ดีๆ ก็รู้สึกมึนงงขึ้นมา จนจำไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว วันนั้นฉันร้องไห้หนักมากค่ะ ฉันรู้สึกขอโทษและอยากทำให้ดี แต่ก็คิดอะไรไม่ออกเลย
โชคดีที่ทีมงานในกองถ่ายเข้าใจและสนับสนุนฉัน ฉันขอเวลาเพิ่มเติมจากท่านผู้กำกับ และในที่สุดก็สามารถสงบสติอารมณ์ได้ค่ะ
♢ พูดถึงการเล่น 7 บทในบทเดียว มันคงเป็นงานที่ยากลำบากมากแน่ๆ ค่ะ
พอเข้าไปในห้องแต่งตัว ฉันก็โทรหาพี่สาวทันทีเลย บอกว่าเหนื่อยมาก รู้สึกเหมือนจะตาย และร้องไห้หนักมาก หลังจากร้องไห้ไปนานก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น แต่การที่ต้องกลับไปที่กองถ่ายที่ทุกคนกำลังรออยู่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ตอนนั้นคิดจริงๆ ว่าฉันคงจะตายแน่ๆ
จริงๆ ก็ไม่อยากกลับไปนึกถึงตอนนั้นอีกแล้วค่ะ
เสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์ S/E/O
♢ แต่ครั้งนี้ก็ท้าทายตัวเองด้วยการเล่น 2 บทในบทเดียวอีกครั้งค่ะ ในซีรีส์เรื่อง <I Kill You> ที่ถ่ายทำในประเทศ แสดงเป็นสองตัวละครที่แตกต่างกันมาก ทั้ง "ซอนอู" จากครอบครัวยากจนที่เป็นนักเทควันโดดาวรุ่ง และ "จียอน" ลูกสาวของมหาเศรษฐี
ใช่ค่ะ ฉันมักจะได้เล่นบทแบบนี้ตลอดเลย (หัวเราะ) ท่านผู้กำกับบอกว่าหลังจากได้เห็นฉันเล่น 7 บทใน <Orphan Black> เขาก็รู้สึกตกใจมาก เลยคิดว่า 2 บทในละครเดียวคงไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับฉัน จึงตัดสินใจให้ฉันมาแสดงในบทนี้ค่ะ
♢ เพื่อแสดงบทแตกต่างกันอย่างนี้ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
เพื่อจะเล่นบทเป็นนักกีฬาเทควันโด จะต้องฝึกซ้อมอย่างหนักค่ะ
ดิฉันฝึกซ้อมอย่างหนักที่โรงเรียนแอคชั่น ซึ่งเทควันโดมันเป็นกีฬาที่เรียนยากมาก ไม่เพียงแค่การเตะในมุมที่ถูกต้อง แต่ยังต้องทำการเดินและท่าทางทุกอย่างให้ถูกต้องด้วย และต้องถ่ายทำฉากที่ต้องสู้กับผู้ชายหลายคน เช่นฉากตาชิมาริ ซึ่งมันไม่ง่ายเลยค่ะ
ส่วนตัวละครจียอนที่เป็นลูกสาวของเศรษฐี ไม่จำเป็นต้องฝึกอะไรมากมาย แต่ดิฉันมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนสำเนียงและสไตล์การพูดให้แตกต่างตามตัวละครแต่ละคน รู้สึกเสียดายที่เวลาการเตรียมตัวจะค่อนข้างสั้น แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ
♢ นี่เป็นการลองแสดงแอคชั่นครั้งแรกใช่ไหมคะ?
จริงๆ แล้ว ฉันเคยแสดงแอคชั่นเล็กๆ น้อยๆ ในผลงานก่อนหน้านี้ แต่การแสดงแอคชั่นเต็มตัวแบบนี้เป็นครั้งแรกค่ะ จริงๆ แล้วการแสดงแอคชั่นจะมีการซ้อมล่วงหน้า แต่ต้องให้มันดูเป็นธรรมชาติจริงๆ แต่พอฉันต้องแสดง ฉันก็ไม่กล้าจะตีจริงๆ แม้ว่าเพื่อนนักแสดงจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่มันก็ไม่ง่ายเลยค่ะ กลัวจะทำพลาดและทำให้เขาเจ็บ ก็เลยรู้สึกไม่สบายใจเลยค่ะ การแสดงแอคชั่นทำให้รู้สึกกดดันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ตอนที่ตัดสินใจว่า "จะทำให้ดีที่สุด" แม้ว่าจะรู้สึกผิด ก็พยายามทำให้เต็มที่ จนสุดท้ายผู้กำกับท่านหนึ่งบอกว่า การที่เราไม่กล้า จะเป็นการทำให้เกิดเสียหายกับผลงาน หลังจากนั้น ฉันก็ตัดสินใจเลยค่ะ ในการถ่ายทำครั้งสุดท้ายก็ ตีไปเหมือนคนบ้าเลย
♢ มีช่วงเวลาพิเศษอะไรที่คุณจำได้ในฐานะนักแสดงบ้างคะ?
เมื่อเร็วๆ นี้ ฉันไปงานฉายภาพยนตร์แล้วเจอกับพี่โจจินอุงค่ะ พี่เป็นนักแสดงที่ฉันชื่นชอบมากๆ เลยค่ะ ก็เลยไปทักทายพี่เขาก่อน พี่จินอุงบอกว่าเคยเห็นผลงานของฉันที่ญี่ปุ่น และบอกว่าดูละครเรื่อง มินวัง ที่ฉันแสดงแล้วสนุกมากค่ะ ความสนใจจากนักแสดงที่เราชื่นชอบทำให้รู้สึกภูมิใจมากเลยค่ะ ฉันเคารพพี่เขามาก และถ้ามีโอกาสในอนาคตอยากร่วมงานกับพี่เขาในฐานะนักแสดงจริงๆ ค่ะ
♢ แล้วถ้าพูดถึงผลงานที่คุณชอบในตอนนี้ อยากแนะนำเรื่องไหนบ้างคะ?
ช่วงนี้ฉันดูละครเรื่อง What Comes After Love ที่มีพี่อีเซยองและ เคนทาโร่ ซากางุจิ แสดง สนุกมากเลยค่ะ ตอนที่เขามาแสดงในละครเกาหลีรู้สึกแปลกใจมากเพราะเราได้รู้จักเขาในระหว่างที่ทำงานด้วยกันในญี่ปุ่นค่ะ ฉันเลยทักไปหาบอกว่า “อยู่เกาหลีเหรอ? ทำได้ดีมากเลยนะ”
♢ เพื่อนๆ รอบตัวฉันก็ชอบดูเรื่องนี้กันค่ะ
ตอนดูเรื่องนี้แล้วทำให้คิดถึงความสัมพันธ์ในอดีต เหมือนกับได้รู้สึกถึงความเชื่อมโยงและความทรงจำเก่าๆ ฉันก็คิดว่ามันน่าสนุกดีนะคะ ถ้าได้ลองแสดงในบทที่เป็นโรแมนติกแบบนี้ หรือเรื่องราวของคนที่พยายามใช้ชีวิตคนเดียว ฉันค่อนข้างชอบบทที่เป็นคนธรรมดาๆ ค่ะ เพราะที่ผ่านมา ฉันได้เล่นบทแปลกๆ เช่น เล่นบทหลายคน หรือการแสดงเป็นปีศาจ, การสลับวิญญาณกับพ่อ ซึ่งเป็นบทที่ไม่ธรรมดาเลยค่ะ
♢ ลุคธรรมชาติแบบที่ถ่ายแฟชั่นวันนี้ ก็คงเข้ากับคุณจียองนะคะ
ใช่ค่ะ ฉันก็อยากแสดงในลุคธรรมชาติเหมือนกับลุคถ่ายแบบในวันนี้ค่ะ
♢ คุณเคยแสดงบทบาทที่หลากหลายมานคะ มีตัวละครไหนในผลงานที่คุณอยากชมตัวเองบ้างคะ?
อืม... หลายๆ คนพูดถึงบท <Orphan Black> ที่ฉันแสดง 7 บท ตัวละครนั้นถ้าดูอีกครั้งก็ยังมีส่วนที่รู้สึกเสียดายค่ะ แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่ตอนนี้ก็รู้สึกว่าทำดีแล้วค่ะ ฉันอยากชมตัวเองในบทนี้มากๆ เพราะปกติแล้วฉันค่อนข้างเข้มงวดกับตัวเองค่ะ ถ้าเป็นเรื่องอื่นอาจจะไม่มั่นใจเท่ากับเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้ฉันรู้สึกภูมิใจมากค่ะ
♢ คุณคิดว่าในตอนนี้ในฐานะนักแสดง คุณอยู่ในขั้นตอนหรือช่วงไหนคะ?
ถ้าฉันกำลังสร้างบ้าน ตอนนี้คงยังอยู่ในช่วงที่ยังไม่ได้วางพื้นฐานเลยค่ะ ยังอยู่ในขั้นตอนการทำการก่อสร้างพื้นฐานอยู่เลย แม้ว่าฉันจะเคยสะสมประสบการณ์ในญี่ปุ่น แต่เมื่อกลับมาที่เกาหลี ฉันทำงานด้วยใจที่เหมือนเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดค่ะ ตอนนี้ฉันอยากมุ่งมั่นพัฒนาการแสดงของตัวเองไปทีละขั้น เพื่อสร้างเส้นทางที่มั่นคงค่ะ
♢ นอกจากการแสดงและการร้องเพลงแล้ว มีอะไรที่ชื่นชอบอย่างจริงจังไหมคะ?
ฉันชอบการดำน้ำแบบฟรีไดฟ์มากๆ ค่ะ ถึงแม้ว่าจะดำน้ำลึกไม่ได้ ได่เเค่ประมาณ 10 เมตรค่ะ มันไม่ใช่การดำน้ำอย่างมืออาชีพ แต่มันเป็นการดำน้ำเพื่อความสนุกจริงๆ ค่ะ การที่ได้ลงไปในน้ำและเจอกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ มันทำให้รู้สึกสงบใจค่ะ
♢ อะไรทำให้คุณเริ่มต้นการดำน้ำแบบฟรีไดฟ์คะ?
ฉันก็ชอบน้ำอยู่แล้วค่ะ แต่ที่เริ่มฝึกฟรีไดฟ์ก็เพราะครูฟิตเนสแนะนำให้ลองไปเรียนดู ก็เลยไปเรียนแล้วรู้สึกสนุกมากค่ะ พอเรียนจบก็ทำการสอบเพื่อได้ใบอนุญาต แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำบ่อยๆ ค่ะ วันหนึ่งมีเพื่อนมาจากโอกินาว่าบอกว่าการดำน้ำที่นั่นสนุกมาก เลยไปลองกับเขาแล้วติดใจเลยค่ะ หลังจากนั้นก็ไปดำน้ำบ่อยๆ และยังได้เพื่อนท้องถิ่นในโอกินาว่าที่เราเรียกว่า "เพื่อนทะเล" ค่ะ เราก็มักจะไปเที่ยวด้วยกัน
♢ ช่วงนี้คิดอะไรอยู่บ่อยๆ คะ? และอยากเห็นตัวเองในอนาคตเป็นยังไงคะ?
มันคงยากที่จะอธิบายเป็นคำเดียว เพราะแค่ฉันฝันมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแบบนั้นจริงนะคะ สิ่งที่ฉันพยายามจะไม่ลืมและยังคงคิดอยู่เสมอคือ “ไม่เป็นไรนะ เราทำได้” ค่ะ ฉันมักจะรู้สึกไม่มั่นคงและคิดเยอะเกี่ยวกับงาน แต่แค่คิดในใจว่าฉันทำได้ ก็ทำให้ฉันสามารถทำได้ทุกอย่างค่ะ ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าอยากเป็นคนแบบไหน แต่ถ้าฉันไปถึงจุดที่ต้องการได้สักวันหนึ่ง ฉันก็หวังว่าในตอนนั้นจะมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าของตัวเองค่ะ
Editor : Kang Meesun
Photographer : Roni
Hair : Woori(Joy187)
Make up : Han Sunyoung(Joy187)
Kitto:Kim Gaeun, Lee Eojin, Mori Chihiro, Kang Min Young, Liou Jhe Wei
สนุกดี
0
เห็นด้วย
0
คาดหวัง
0
ได้รับความช่วยเหลือ
0